การแพทย์แผนไทยคืออะไร? ทำไมต้องวิเคราะห์ธาตุก่อนรักษา

แพทย์แผนไทยคืออะไร?

แพทย์แผนไทยคือระบบการแพทย์ที่มีรากฐานจากคัมภีร์โบราณ อาศัยองค์ความรู้เรื่อง ธาตุ 4, กองสมุฏฐาน และความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย จิตใจ ฤดูกาล และอาหาร เพื่อวิเคราะห์เหตุแห่งความผิดปกติของร่างกาย

หลักคิดสำคัญของแพทย์แผนไทยมิได้ยึดเพียง “ชื่อโรค” แต่ให้ความสำคัญกับ ภาวะความเสียสมดุลของธาตุภายใน ซึ่งเป็นรากเหตุของการเกิดโรค โดยในคัมภีร์ระบุว่า การวินิจฉัยต้องประเมินทั้งธาตุเจ้าเรือนและมูลเหตุการเกิดโรค ไม่ใช่ดูเพียงอาการที่ปรากฏ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การแพทย์แผนไทยคือศาสตร์แห่ง “ความสมดุล” มากกว่าศาสตร์แห่ง “การกดอาการ”

ธาตุ 4 คืออะไรในทางแพทย์แผนไทย?

ตามคัมภีร์ธาตุวินิจฉัย มหาภูตรูป 4 ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม และไฟ

  1. ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ) เช่น โครงสร้าง ความแข็ง กระดูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เป็นต้น
  2. ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) เช่น ของเหลว เลือด น้ำเหลือง เสมหะ เป็นต้น
  3. ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) เช่น ความร้อน การเผาผลาญ การย่อยอาหาร เป็นต้น
  4. ธาตุลม (วาโยธาตุ) เช่น การเคลื่อนไหว การไหลเวียน ระบบประสาท เป็นต้น

ธาตุทั้ง 4 นี้เป็นพื้นฐานของสรรพสิ่งในร่างกาย เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และเสื่อมไปตามเหตุปัจจัย และเมื่อธาตุใดหนึ่งธาตุหนึ่งกำเริบ หย่อน หรือแปรปรวนไป มันก็จะส่งผลให้ระบบอื่นเสียสมดุลตามไปด้วยนั่นเองครับ

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร?

“ธาตุเจ้าเรือน” คือ ธาตุประจำตัวที่เด่นตามกำเนิด ซึ่งสัมพันธ์กับวัน เดือน ปีเกิด และกรรมสมุฏฐาน เป็นพื้นฐานธรรมชาติของร่างกายแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น

  • ผู้มีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน อาจมีระบบเผาผลาญดี แต่ร้อนง่าย
  • ผู้มีธาตุลมเด่น อาจคิดไว เคลื่อนไหวเร็ว แต่ปวดเมื่อยง่าย

ดังนั้น คนแต่ละคนจึง “ไม่ควรใช้การรักษาแบบเดียวกัน” แม้จะมีอาการคล้ายกันก็ตาม

รูปที่ 1 แสดงธาตุทั้ง 4 ที่เป็นหนึ่งในหลักการที่แพทย์แผนไทยใช้วิเคราะห์และวินิจฉัยโรค

วิเคราะห์ธาตุก่อนรักษาทำไม?

1. เพื่อค้นหารากเหตุ (สมุฏฐาน)

คัมภีร์ระบุว่า เหตุแห่งโรคเกิดจากความแปรปรวนของกองสมุฏฐาน (เหตุแห่งการเกิดโรค) ได้แก่ กรรม (ในชาตินี้) จิต อุตุ (ฤดูกาล) และอาหาร เป็นต้น ซึ่งหากไม่วิเคราะห์ธาตุก่อน การให้ยาอาจกดอาการ แต่ทำให้ธาตุเจ้าเรือนเสียสมดุลหนักขึ้นในระยะยาว

2. เพื่อเลือก “รสยา” ให้เหมาะกับธาตุ

ในหลักเภสัชกรรมไทย ยาสมุนไพรแบ่งตาม “รสยา 10” ซึ่งมีผลต่อธาตุแตกต่างกัน เช่น

  • รสเผ็ดร้อน กระตุ้นธาตุลม
  • รสขม ลดความร้อนธาตุไฟ
  • รสหวาน บำรุงธาตุน้ำ

หากไม่วิเคราะห์ธาตุก่อนใช้ยาอาจเกิดผลข้างเคียงจากการกระทบธาตุเจ้าเรือนได้นั่นเอง

3. เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

การตรวจร่างกายแบบแพทย์แผนไทยประกอบด้วย การซักประวัติและการตรวจร่างการ เช่น การดูสีลิ้น ผิวหนัง เล็บ การจับชีพจรแยกวาตะ ปิตตะ เสมหะ เป็นต้น

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินว่า ควร “ปรับสมดุลธาตุ” ด้วยหัตถเวชกรรม ยาตำรับ หรือคำแนะนำด้านอาหารอย่างไร

ความแตกต่างจากแนวคิดการแพทย์สมัยใหม่

แพทย์แผนไทย

การแพทย์สมัยใหม่

วิเคราะห์สมดุลธาตุ

วิเคราะห์พยาธิสภาพ

เน้นรากเหตุ (สมุฏฐาน)

เน้นโรคเฉพาะระบบ

รักษาแบบองค์รวม

รักษาเฉพาะอวัยวะ

จากที่กล่าวมานั้น เราไม่ได้หมายความว่าศาสตร์หนึ่งดีกว่าอีกศาสตร์หนึ่ง แต่เราเพียงต้องการชี้แจงว่า แพทย์แผนไทยมีจุดเด่นในเรื่อง “การป้องกันและปรับสมดุลระยะยาว” อย่างไรเท่านั้นเองครับ

สรุป แพทย์แผนไทยคืออะไร และวิเคราะห์ธาตุก่อนรักษาทำไม?

เพราะในมุมมองแพทย์แผนไทยโรคไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นสัญญาณว่าธาตุในร่างกายกำลังเสียสมดุล.. การวิเคราะห์ธาตุจึงเป็นหัวใจของการรักษา เพื่อให้การใช้ยา การนวด หรือการดูแลใด ๆ ไม่กระทบธาตุเจ้าเรือน และนำร่างกายกลับสู่ภาวะสมดุลอย่างยั่งยืนนั่นเอง

และนี่คือเหตุผลว่า แพทย์แผนไทยเขา วิเคราะห์ธาตุก่อนรักษาทำไม? ซึ่งนี่ก็คืออีกหนึ่งรากฐานของคำว่า แพทย์แผนไทยคืออะไร? นั่นเองครับ

 

พท.ป.พรหมธวิหารฐ์ ตลับเพชร์สกุล

เลขที่ใบประกอบโรคศิลป์ พท.ป.2411

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *